2007/Apr/10

ประกาศเพิ่มเติม เป้าหมายในการเรียกร้องขั้นต่อไป

หลังจากได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมก้ันมาระยะหนึ่ง ตอนนี้ทั้งคุณอภิชาติพงศ์, ทีมงาน และพันธมิตรหลายๆ ท่านได้เห็นพ้องกันว่า เราจะไม่จำกัดขอบเขตการเรียกร้องและต่อสู้ครั้งนี้ไว้แค่ประเด็นของหนังเรื่อง "แสงศตวรรษ" เท่านั้น แต่ เป้าหมายที่แท้จริงของเรา คือการเรียกร้องให้สังคมร่วมกันตั้งคำถามและตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของระบบการเซ็นเซอร์หนังของไทยในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประโยชน์และผลในระยะยาวอย่างแท้จริง

ขณะนี้ ทางทีมงานกำลังเรียนรู้กรณีศึกษาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านใดมีข้อเสนอแนะ, มีข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ หรือรู้จักบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบบกฎหมายเหล่านี้ โปรดช่วยกันระดมความคิดได้เลยนะคะ เราทุกคนจะรวมกำลังกันเพื่อผลักดันให้การต่อสู้นี้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการ และเกิดผลในทางรูปธรรมให้ได้มากที่สุด

หมายเหตุ : สำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย ขอเชิญร่วมลงชื่อ (ชื่อจริง) และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานระบบการเซ็นเซอร์ไทย ได้ที่เว็บ


http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html

--------------------------------------------------------------------------------

จดหมายฉบับที่ 2

แสงศตวรรษ ถูก 'ยึด' ฟิล์ม

ความคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีฟิล์มภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ"

หลังจากทีมงานภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ" ได้ตัดสินใจยุติการเข้าฉายในประเทศไทยไปแล้ว เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยินดีที่จะทำการตัดฉาก 4 ฉากในหนังออกตามมติของคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์นั้น (อนึ่ง เดิม หนังเรื่องนี้เข้ารับการพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 2 เมษายน 2550 ซึ่งกรรมการตัดสินให้ตัด 3 ฉาก ต่อมาในวันที่ 10 เมษายน ได้มีตัวแทนจากแพทยสภาเข้าร่วมพิจารณาเพิ่มเติม และผลปรากฏว่าสรุปให้ตัดเพิ่มอีก 1 ฉาก จึงรวมเป็น 4 ฉาก)

ในวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ทีมงานจึงได้เข้าติดต่อเพื่อขอรับฟิล์มภาพยนตร์คืน "ในสภาพเดิม" โดยพร้อมกันนั้นได้ทำจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งแก่คณะกรรมการตรวจพิจารณาว่า จะยุติการยื่นขอฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ และยืนยันว่าจะไม่มีการยื่นอุทธรณ์อีกเนื่องจากไม่ต้องการฉายในระบบอีกต่อไป

แต่การณ์ปรากฏว่า คณะกรรมการฯ ไม่ยินยอมคืนฟิล์มภาพยนตร์ให้แก่ทีมงานในสภาพเดิม โดยชี้แจงกลับมาว่า จะคืนให้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการฯ ได้นำฟิล์มไปทำการตัดฉากทั้ง 4 ฉากทิ้งออกเสียก่อน (โดยกรรมการฯ ตัดเอง มิใช่ส่งคืนให้ทีมงานเป็นผู้ตัด) ด้วยเหตุผลว่า "หากส่งฟิล์มในสภาพสมบูรณ์คืนแก่ทีมงาน ทางทีมงานอาจถือโอกาสนำกลับมาตัดเองแล้วส่งเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์อีกครั้ง อันจะทำให้คณะกรรมการตรวจพิจารณาฯ มีความผิดในการปฏิบัติงานทันที"

เมื่อได้รับคำฟังคำยืนกรานดังกล่าว ทีมงานได้ชี้แจงว่า เราไม่มีเจตนาจะทำการตัดหนังเรื่องนี้ไม่ว่าโดยตนเองหรือโดยผู้ใด และมิได้มีความตั้งใจใดๆ ทั้งสิ้นที่จะยื่นอุทธรณ์ในกรณีใดๆ อีก แต่คำชี้แจงดังกล่าวมิเป็นผล

คณะกรรมการฯ ท่านหนึ่งกล่าวแก่ทีมงานว่า "ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หนังพันล้านยังไม่มีท่าทีแบบคุณเลย" ซึ่งทางทีมงานได้ชี้แจงกลับว่า "แสงศตวรรษ" มิได้อยู่ในสถานการณ์ลักษณะเดียวกับหนังทุนสูงต่างๆ ที่ท่านอ้างถึง เพราะหนังเรื่องนี้มิได้คาดหวังรายได้หรือกำไรเป็นกอบกำใดๆ จากการเข้าฉายโรงในประเทศอยู่แล้วในเบื้องต้น จึงมิได้ถือว่าตนเองจำเป็นต้องยอมตัดแก้สิ่งใดเพียงเพื่อแลกกับการได้เข้าฉายในระบบ แต่ทีมงานภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการรักษาคุณภาพของผลงานไว้ให้ตรงกับความตั้งใจในการสร้างมันขึ้นมา จึงได้เลือกวิธีถอนตัวออกจากระบบการฉายแทน เหตุผลเป็นดังนี้ซึ่งก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลาล่าสุด การติดต่อขอนำฟิล์ม "แสงศตวรรษ" ออกจากคณะกรรมการฯ ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม ยังคงไม่ประสบผลสำเร็จ สถานการณ์จะคลี่คลายลงเช่นไร ทีมงานจะแจ้งให้ทุกท่านทราบในวาระต่อไป

ขอเสรีภาพส่องแสงในจิตใจทุกท่าน

ด้วยมิตรภาพ

--------------------------------------------------------------

(จดหมายฉบับแรก)

ด่วนมาก
เรียน ท่านสื่อมวลชนและท่านผู้อ่านทุกท่าน
เรื่อง งดฉายหนัง แสงศตวรรษ


ตามกำหนดการเดิม วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนนี้ จะเป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ โดยจะเป็นการฉายแบบจำกัดโรงเพียง 2 โรงเท่านั้น หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังแนวศิลปะที่ได้รับการจับตาในวงการหนังระดับโลก จากผลงานเรื่อง สุดเสน่หา และ สัตว์ประหลาด และยังเป็นศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2549 สาขาภาพยนตร์ จากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย


แสงศตวรรษ เป็นหนังเรื่องล่าสุดของ เจ้ย ที่นอกจากจะได้แข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ และเดินทางไปฉายตามเทศกาลสำคัญต่างๆ มากกว่า 10 เทศกาลทั่วโลกแล้ว ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แสงศตวรรษ เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเอเชียโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส และรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จาก Asian Film Awards ประเทศฮ่องกง


แต่แล้วกำหนดการฉายหนังก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ทีมงานคาดไว้ เมื่อแสงศตวรรษไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ โดยคณะกรรมการมีเงื่อนไขให้ฉายหนังเรื่องนี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องตัดฉากสำคัญออกไป 4 ฉาก


เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้กำกับ เจ้ย อภิชาติพงศ์ จึงตัดสินใจ ไม่ ตัดทอนหนังเรื่องนี้ ดังนั้นทางทีมงานจึงมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ท่านสื่อมวลชนทราบว่า หนังเรื่อง แสงศตวรรษ จะไม่เข้าฉายในประเทศไทย


ในขณะนี้ผู้กำกับอภิชาติพงศ์กำลังเดินทางโปรโมตภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาแสดงความเสียใจผ่านทางอีเมล์ว่า

ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป

แปลจาก "I, a filmmaker, treat my works as my own sons or my daughters. When I conceived them, they have their own lives to live. I don't mind if people are fond of them, or despise them, as long as I created them with my best intentions and efforts. If these offspring of mine cannot live in their own country for whatever reasons, let them be free. Since there are other places that warmly welcome them as who they are, there is no reason to mutilate them from the fear of the system, or from greed. Otherwise there is no reason for one to continue making art."

สำหรับความคืบหน้า หลังจากคุณอภิชาติพงศ์กลับมาถึงเมืองไทยแล้ว จะได้มีการจัดการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ รวมทั้งเสวนาถึงการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย โดย วัน เวลา และสถานที่จัดงานจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


จึงเรียนให้ท่านสื่อมวลชนทราบและขอความกรุณาช่วยเผยแพร่ข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วย และหากท่านสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษ (ข้อมูลภาษาอังกฤษและไทย รวมทั้งรูปภาพ) สามารถเข้าไปดูได้ที่ในเว็บ
www.kickthemachine.com/works/Syndromes.html

ทางทีมงานขอขอบพระคุณทุกท่านที่เฝ้ารอคอยหนังเรื่องนี้

ขอให้เสรีภาพแห่งภาพยนตร์ฉายแสงในจิตใจของท่าน

ด้วยมิตรภาพ

Comment

Comment:

Tweet


เดือดมาจากพันทิพย์อีกรอบ เมื่อวานก็เดือดแล้ว

พอรู้ว่าไม่คืนฟิลม์

อะไรกันเนี่ยะ ใช้สมองส่วนไหนคิด

บางทีนะ บางทีเหล่ากองเซ้นเซอร์อาจจะโมโหที่โดนหยามไม่ยอมให้เค้าเซ้นเซอรื เลยทำแบบนี้
โหย สมองส่วนไหนเนี่ยะ

เอาฟิลม์คืนมา.....

ทำงี้ได้ไง

พวกกองเซ้นเซอร์ กับ พรบ.ภาพยนตร์ที่เขียนมาตั้งแต่ปีมะโว้ ที่ยังเรียกโรงหนังว่า สถานที่แสดงมโหรสพ

เหอะๆ ประเทศไทย
#45 by only human At 2007-04-12 10:47,
อ่านแล้วเศร้าและปวดใจกับระบบเซนเซอร์กับประเทศไทย

แช่งปิดกันความคิดเสียเหลือเกิน

ตอนอ่านอยากเขียนเม้นต์เยอะกว่านี้นะค่ะ แต่ถ้าเขียนจิงเรียงลำดับความคิดไม่ถูก...

ขอแค่บอกว่า เพราะอะไร? ถึงได้งี่เง่าขนาดนี้ สงสารคุณเจ้ย
#44 by kresiana เห็ดแต่สด At 2007-04-12 08:12,
แล้วเราควรจะทำอย่างไรดีครับเนี่ย
#43 by zoxmok At 2007-04-12 06:15,
อ้ายแสด
ยึดฟิล์ม
มันจะมากไปแล้วนาโว้ย
ไม่ฉายไม่เท่าไหร่ แต่ยึดฟิล์มนี่.......
ทำให้มีน้ำโห-*-
#42 by blackholesun At 2007-04-11 23:54,
เป้นกำลังใจให้ทีมงานนะ
#41 by merveillesxx (161.200.255.162) At 2007-04-11 23:53,
ขอแสดงความเสียใจด้วยคนครับ
#40 by jakba (203.118.113.183) At 2007-04-11 23:28,
ฟ้าบ้านผมร้องไห้เลยอะ ได้ยินข่าวนี้ ไม่แน่ใจว่าร้องเพราะเสียดายหนัง หรือเศร้าไปกับความ...ของกอง
#39 by ตี๋ (203.188.26.172) At 2007-04-11 22:54,
ขอเชิญร่วมลงนาม และแสดงความคิดเห็นต่อมาตรฐานระบบการเซ็นเซอร์ไทย โดยมีภาพยนตร์ไทยเรื่อง แสงศตวรรษเป็นกรณีศึกษา

http://thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3130
#38 by ธัญสก At 2007-04-11 21:25,
Thailand's lame attitude about everything has been totally considered rubbish for me. Trust me, from now on anything can be in jeopardy of being banned. I'm telling you
#37 by Sandy (125.24.141.21) At 2007-04-11 21:18,
เซ็นเซอร์ไปทำไม และเพื่ออะไร ถ้าเพื่อสังคม เซ็นเซอร์ไปแล้ว สังคมจะดีขึ้น ....
มันจริงเหรอครับ ??
#36 by Pumpkin120 (58.9.28.126) At 2007-04-11 21:17,