2007/Apr/14

******UPDATE******

เมื่อวานนี้เราได้แจ้งว่า วันที่ 22 หรือ 23 เราจะมีการเสวนา พร้อมจัดฉายหนัง แต่วันนี้ทางคุณอภิชาติพงศ์ได้ติดต่อกลับมา และแจ้งว่าจะไม่มีการฉายภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษในการเสวนาครั้งนี้ เนื่องด้วยไม่ต้องการให้ใครเข้าใจว่า เหตุการณ์นี้เป็นไปเพื่อการโปรโมทภาพยนตร์เรื่องนี้ อีกทั้งไม่ต้องการให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นไปเพื่อภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เพื่อสิทธิ์ของผู้ชมทุกคน ที่จะมีสามารถได้รับชมภาพยนตร์ทุกเรื่องอย่างครบถ้วน และมีสิทธิ์ในการใช้วิจารณญาณของตนเอง รวมถึงเสรีภาพของผู้ผลิตภาพยนตร์ ที่จะไม่มีอะไรมาผูกมัดจำกัดสิทธิ์ในการผลิตภาพยนตร์ภายใต้กรอบ หรือกฎเกณฑ์ที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งกำหนดข้อจำกัดให้

นั่นหมายถึงเป้าหมายไม่ได้เพื่อปลดปล่อยภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษ แต่เป็นไปเพื่อการยกเลิกระบบการเซ็นเซอร์ในบ้านเราเสียที

อย่างไรก็ตามการเสวนานั้น น่าจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 23 หรือวันอังคารที่ 24ทางเว็บไซต์จะแจ้งสถานที่ และวันเวลาที่แน่นอนอีกครั้ง

Yesterday we informed you that we would organize a seminar with Syndromes and a Century screening on the 22th or 23th April. However, Mr.Apichartpong has contacted us and notified that there shall be no film screening during this seminar because he doesnt want people to get the wrong idea that this event is a way to promote the film. Also, he has no desire to take any advantage from this movement for his film alone, but for the right of every audience to wholly watch every film and the right to make their own judgement, as well as the freedom for filmmakers to craft their art without bond or boundary or any particular rule.

That means the ultimate goal is not to free only Syndromes and a Century, but to obliterate the censorship system in Thailand.

Nevertheless, the seminar will still be on 23th or 24th April. We will inform you theplace and exact date on this website later on.

-เชิญอ่านเนื้อหาอีกมากมายเกี่ยวกับหนังเรื่อง แสงศตวรรษ ได้ที่เว็บ www.thaiindie.com

-Check Bangkok Post Plalai Faifa 's commentary on Apichatpong's film at http://www.bangkokpost.com/Realtime/20Apr2007_real24.php

.

.

.

(หมายเหตุ : นี่ไม่ใช่การทำเพื่อหนังเรื่องแสงศตวรรษ แต่เพื่อภาพยนตร์ทั้งมวล ตั้งแต่การเซ็นเซอร์หนังเรื่อง 300 จนถึงบั้นท้ายอันเปลือยเปล่าของ โนบีตะ)

การเคลื่อนไหวเพื่อปลดปล่อยภาพยนตร์ไทยสู่เสรีภาพ

(English version below)

โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ร่วมกับไบโอสโคป มูลนิธิหนังไทย สมาคมผู้กำกับ และพันธมิตร

ผมรู้สึกเสียใจยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแก่หนังของผม อย่างไรก็ตาม การต่อสู้นี้มิได้เป็นไปเพียงเพื่อจะผลักดันภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ" ให้ได้เข้าโรงฉายในประเทศไทย ผมมิได้มีความต้องการจะใช้โอกาสนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของผมเอง แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องขบคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับกฎหมายการเซ็นเซอร์ของไทยเรา เพื่อที่คนทำหนังรุ่นต่อไปจะได้ไม่ต้องเผชิญปัญหาเดียวกับพวกเรา และผู้ชมชาวไทยจะได้มีอิสระในการเลือกอย่างแท้จริงเสียที

.

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องถกเถียงกันว่า ก่อนที่หนังทุกเรื่องจะเข้าฉายนั้น ควรหรือที่มันจะต้องผ่านการพิจารณาจากกรมศาสนา แพทยสภา กลุ่มวิชาชีพครู กรมแรงงาน ทหาร กลุ่มคนรักสัตว์ สหภาพแท็กซี่ ผู้แทนจากประเทศอื่น ฯลฯ? หรือมันจะง่ายกว่าหากเราเปลี่ยนระบบการปกครองของประเทศให้เป็นรัฐเผด็จการเสียเลย เพื่อที่เราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างเห็นพ้องเป็นหนึ่งเดียวกันทุกสิ่ง และไม่ต้องเสียเวลาพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยกันอีกต่อไป?

.

ระบบการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ของไทยจำเป็นต้องถูกประเมินมาตรฐานเสียใหม่ สถานภาพและประสิทธิภาพของคณะกรรมการเป็นสิ่งที่ต้องถูกตรวจสอบและตั้งคำถาม และเราควรตัดสินใจว่ากฎหมายเหล่านี้สมควรถูกเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง ผมใคร่ขอเชิญชวนทุกท่านโปรดแสดงความคิดเห็นต่อระบบการเซ็นเซอร์ในประเทศของ เรา และกรุณาให้คำแนะนำต่อเรา ได้ที่

.

http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html

.

ความคิดเห็นของท่านจะได้รับการส่งต่อไปยังรัฐบาลไทย การสนับสนุนของท่านจะมีความหมายอย่างยิ่งต่อการต่อสู้ของเราเพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ นั่นคือ เสรีภาพ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาสละเวลาและมีส่วนร่วมในครั้งนี้

.

ขอบพระคุณมากครับ


อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

หมายเหตุ :

1.สำหรับผู้ที่ต้องการ Copy ข้อความนี้ ท่านสมารถทำได้ด้วยการคลิกปุ่ม Ctrl แล้วกด Mouse ของท่าน

2.สำหรับผู้ที่ลงชื่อแล้วในเว็บ www.thaifilm.com กรุณาช่วยลงชื่ออย่างเป็นทางการอีกครั้งในเว็บใหม่ด้วย ขอบคุณครับ

3. การลงชื่อ ขอเป็นชื่อและนามสกุลจริงนะครับ เพื่อใช้ตามกฎหมายได้
----------------------------------------------------------------------------------------------

Free Thai Cinema Movement Petition
Statement by Apichatpong Weerasethakul
with Bioscope, the Thai Film Foundation, Thai Film Directors Association, and Alliances.


I am saddened by what has happened to my film. However,this is not the venue to try to make SYNDROMES AND A CENTURY shown in Thai theaters. It is not my intention to use this opportunity to promote my work.But, it is time to seriously think about what is going on with our censorship laws, so that the next generation of filmmakers will not face the same problems as us, and so that the Thai audiences can truly achieve a freedom of choice.


It is time we discuss whether all films, before being released, should be seen by the Buddhist council, doctors council, teachers council,labor council, the army, pet lovers group, taxi union, representatives from other foreign countries etc? Or, is it easier to turn our nation into a Fascist state so that we can live in harmony and dont have to waste time talking about democracy?


The system of the Thai Board of Censors needs to be evaluated. Their members' relevancy and efficiency needs to be questioned, and we should decide whether the laws should be changed.I would like to ask you to reflect on the censorship practices in our country and to provide us with advice at


http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html


Later on, this Petition will be submitted to the Thai government.Your support will be a great contribution to our fight for one of our most basic rights - that of freedom.I am grateful for your time and your participation. Thank you very much.


Apichatpong Weerasethakul


(Note : For the reader who want to copy this statement, you can copy it by click CTRL on your keyboard and click your mouse)

2007/Apr/10

ประกาศเพิ่มเติม เป้าหมายในการเรียกร้องขั้นต่อไป

หลังจากได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมก้ันมาระยะหนึ่ง ตอนนี้ทั้งคุณอภิชาติพงศ์, ทีมงาน และพันธมิตรหลายๆ ท่านได้เห็นพ้องกันว่า เราจะไม่จำกัดขอบเขตการเรียกร้องและต่อสู้ครั้งนี้ไว้แค่ประเด็นของหนังเรื่อง "แสงศตวรรษ" เท่านั้น แต่ เป้าหมายที่แท้จริงของเรา คือการเรียกร้องให้สังคมร่วมกันตั้งคำถามและตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของระบบการเซ็นเซอร์หนังของไทยในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประโยชน์และผลในระยะยาวอย่างแท้จริง

ขณะนี้ ทางทีมงานกำลังเรียนรู้กรณีศึกษาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านใดมีข้อเสนอแนะ, มีข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ หรือรู้จักบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบบกฎหมายเหล่านี้ โปรดช่วยกันระดมความคิดได้เลยนะคะ เราทุกคนจะรวมกำลังกันเพื่อผลักดันให้การต่อสู้นี้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการ และเกิดผลในทางรูปธรรมให้ได้มากที่สุด

หมายเหตุ : สำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย ขอเชิญร่วมลงชื่อ (ชื่อจริง) และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานระบบการเซ็นเซอร์ไทย ได้ที่เว็บ


http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html

--------------------------------------------------------------------------------

จดหมายฉบับที่ 2

แสงศตวรรษ ถูก 'ยึด' ฟิล์ม

ความคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีฟิล์มภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ"

หลังจากทีมงานภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ" ได้ตัดสินใจยุติการเข้าฉายในประเทศไทยไปแล้ว เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยินดีที่จะทำการตัดฉาก 4 ฉากในหนังออกตามมติของคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์นั้น (อนึ่ง เดิม หนังเรื่องนี้เข้ารับการพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 2 เมษายน 2550 ซึ่งกรรมการตัดสินให้ตัด 3 ฉาก ต่อมาในวันที่ 10 เมษายน ได้มีตัวแทนจากแพทยสภาเข้าร่วมพิจารณาเพิ่มเติม และผลปรากฏว่าสรุปให้ตัดเพิ่มอีก 1 ฉาก จึงรวมเป็น 4 ฉาก)

ในวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ทีมงานจึงได้เข้าติดต่อเพื่อขอรับฟิล์มภาพยนตร์คืน "ในสภาพเดิม" โดยพร้อมกันนั้นได้ทำจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งแก่คณะกรรมการตรวจพิจารณาว่า จะยุติการยื่นขอฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ และยืนยันว่าจะไม่มีการยื่นอุทธรณ์อีกเนื่องจากไม่ต้องการฉายในระบบอีกต่อไป

แต่การณ์ปรากฏว่า คณะกรรมการฯ ไม่ยินยอมคืนฟิล์มภาพยนตร์ให้แก่ทีมงานในสภาพเดิม โดยชี้แจงกลับมาว่า จะคืนให้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการฯ ได้นำฟิล์มไปทำการตัดฉากทั้ง 4 ฉากทิ้งออกเสียก่อน (โดยกรรมการฯ ตัดเอง มิใช่ส่งคืนให้ทีมงานเป็นผู้ตัด) ด้วยเหตุผลว่า "หากส่งฟิล์มในสภาพสมบูรณ์คืนแก่ทีมงาน ทางทีมงานอาจถือโอกาสนำกลับมาตัดเองแล้วส่งเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์อีกครั้ง อันจะทำให้คณะกรรมการตรวจพิจารณาฯ มีความผิดในการปฏิบัติงานทันที"

เมื่อได้รับคำฟังคำยืนกรานดังกล่าว ทีมงานได้ชี้แจงว่า เราไม่มีเจตนาจะทำการตัดหนังเรื่องนี้ไม่ว่าโดยตนเองหรือโดยผู้ใด และมิได้มีความตั้งใจใดๆ ทั้งสิ้นที่จะยื่นอุทธรณ์ในกรณีใดๆ อีก แต่คำชี้แจงดังกล่าวมิเป็นผล

คณะกรรมการฯ ท่านหนึ่งกล่าวแก่ทีมงานว่า "ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หนังพันล้านยังไม่มีท่าทีแบบคุณเลย" ซึ่งทางทีมงานได้ชี้แจงกลับว่า "แสงศตวรรษ" มิได้อยู่ในสถานการณ์ลักษณะเดียวกับหนังทุนสูงต่างๆ ที่ท่านอ้างถึง เพราะหนังเรื่องนี้มิได้คาดหวังรายได้หรือกำไรเป็นกอบกำใดๆ จากการเข้าฉายโรงในประเทศอยู่แล้วในเบื้องต้น จึงมิได้ถือว่าตนเองจำเป็นต้องยอมตัดแก้สิ่งใดเพียงเพื่อแลกกับการได้เข้าฉายในระบบ แต่ทีมงานภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการรักษาคุณภาพของผลงานไว้ให้ตรงกับความตั้งใจในการสร้างมันขึ้นมา จึงได้เลือกวิธีถอนตัวออกจากระบบการฉายแทน เหตุผลเป็นดังนี้ซึ่งก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลาล่าสุด การติดต่อขอนำฟิล์ม "แสงศตวรรษ" ออกจากคณะกรรมการฯ ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม ยังคงไม่ประสบผลสำเร็จ สถานการณ์จะคลี่คลายลงเช่นไร ทีมงานจะแจ้งให้ทุกท่านทราบในวาระต่อไป

ขอเสรีภาพส่องแสงในจิตใจทุกท่าน

ด้วยมิตรภาพ

--------------------------------------------------------------

(จดหมายฉบับแรก)

ด่วนมาก
เรียน ท่านสื่อมวลชนและท่านผู้อ่านทุกท่าน
เรื่อง งดฉายหนัง แสงศตวรรษ


ตามกำหนดการเดิม วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนนี้ จะเป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ โดยจะเป็นการฉายแบบจำกัดโรงเพียง 2 โรงเท่านั้น หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังแนวศิลปะที่ได้รับการจับตาในวงการหนังระดับโลก จากผลงานเรื่อง สุดเสน่หา และ สัตว์ประหลาด และยังเป็นศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2549 สาขาภาพยนตร์ จากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย


แสงศตวรรษ เป็นหนังเรื่องล่าสุดของ เจ้ย ที่นอกจากจะได้แข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ และเดินทางไปฉายตามเทศกาลสำคัญต่างๆ มากกว่า 10 เทศกาลทั่วโลกแล้ว ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แสงศตวรรษ เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเอเชียโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส และรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จาก Asian Film Awards ประเทศฮ่องกง


แต่แล้วกำหนดการฉายหนังก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ทีมงานคาดไว้ เมื่อแสงศตวรรษไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ โดยคณะกรรมการมีเงื่อนไขให้ฉายหนังเรื่องนี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องตัดฉากสำคัญออกไป 4 ฉาก


เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้กำกับ เจ้ย อภิชาติพงศ์ จึงตัดสินใจ ไม่ ตัดทอนหนังเรื่องนี้ ดังนั้นทางทีมงานจึงมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ท่านสื่อมวลชนทราบว่า หนังเรื่อง แสงศตวรรษ จะไม่เข้าฉายในประเทศไทย


ในขณะนี้ผู้กำกับอภิชาติพงศ์กำลังเดินทางโปรโมตภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาแสดงความเสียใจผ่านทางอีเมล์ว่า

ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป

แปลจาก "I, a filmmaker, treat my works as my own sons or my daughters. When I conceived them, they have their own lives to live. I don't mind if people are fond of them, or despise them, as long as I created them with my best intentions and efforts. If these offspring of mine cannot live in their own country for whatever reasons, let them be free. Since there are other places that warmly welcome them as who they are, there is no reason to mutilate them from the fear of the system, or from greed. Otherwise there is no reason for one to continue making art."

สำหรับความคืบหน้า หลังจากคุณอภิชาติพงศ์กลับมาถึงเมืองไทยแล้ว จะได้มีการจัดการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ รวมทั้งเสวนาถึงการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย โดย วัน เวลา และสถานที่จัดงานจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


จึงเรียนให้ท่านสื่อมวลชนทราบและขอความกรุณาช่วยเผยแพร่ข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วย และหากท่านสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษ (ข้อมูลภาษาอังกฤษและไทย รวมทั้งรูปภาพ) สามารถเข้าไปดูได้ที่ในเว็บ
www.kickthemachine.com/works/Syndromes.html

ทางทีมงานขอขอบพระคุณทุกท่านที่เฝ้ารอคอยหนังเรื่องนี้

ขอให้เสรีภาพแห่งภาพยนตร์ฉายแสงในจิตใจของท่าน

ด้วยมิตรภาพ